บ้านชั้นเดียว เรียบง่าย กะทัดรัด เหมาะกับครอบครัวเล็ก

ความเรียบง่าย กะทัดรัด แต่สะดวกสบาย น่าจะเป็นนิยามสั้น ๆ ที่เหมาะกับการออกแบบบ้านของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไอเดียบุคฉบับนี้ขอพาชมผลงานการออกแบบบ้านชั้นเดียวของบริษัทสถาปนิกแห่งเมืองนิอิกาตะ ซึ่งเน้นพื้นที่กว้างขวางโล่งสบาย ใกล้ชิดธรรมชาติ ท่ามกลาง

วิถีชีวิตอันทันสมัยด้วยเทคโนโลยีอันเจริญก้าวหน้าในปัจจุบัน
เข้าใกล้ตัวบ้านกันอีกสักหน่อย จะเห็นว่านอกจากจะตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวแบบพอดิบพอดีแล้ว บ้านหลังน้อยยังเน้นการออกแบบที่เรียบร้อยตั้งแต่ภายนอก

โดยเน้นสีขาวเป็นสีหลัก แต่แต่งแต้มด้วยไฟประดับสีเหลืองนวลสบายตา ตัวบ้านยกพื้นเล็กน้อย มีบันไดทางเดินขึ้้นตัวบ้านขนาดเล็กพอประมาณ วัสดุหลักเป็นไม้ทั้้งหมด และใช้สีจากเนื้อไม้ตัดกับสีขาวของตัวบ้าน

ซึ่งใจกับผู้อยู่เบื้องหลัง กาพย์เห่กระบวนพยุหยาตราฯ ทั้ง 6 ครั้ง

ซึ่งใจกับผู้อยู่เบื้องหลัง กาพย์เห่กระบวนพยุหยาตราฯ ทั้ง 6 ครั้ง

            นาวาเอกทองย้อย ผู้ประพันธ์กาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค สุดปลื้มได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทจนเกษียณอายุราชการ แต่งกาพย์เห่ทั้ง 6 ครั้ง

(19 ต.ค.) จากบทประพันธ์กาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค คราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวโรกาสเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539

โดยใช้บทประพันธ์กาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติปีกาญจนาภิเษก ในมหามงคลวโรกาสทรงครองราชย์สมบัติครบ 50 ปี ที่ประพันธ์โดย นาวาเอก(พิเศษ) ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ทหารเรือ โดยมี นาวาโท ณัฐวัฏ อร่ามเกลื้อหัวหน้าแผนกเรือพระราชพิธีเป็นผู้ขับลำนำ

นาวาเอก(พิเศษ) ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ทหารเรือ อายุ 72 ปี เป็นบ้านชุมชนวัดเขาเหลือ เขตเทศบาลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันออกมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายหลังเกษียณอายุราชการด้วยการยึดหลักตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยเป็นจิตรอาสาช่วยงานทางสังคม เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในโครงการเรียนรู้ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทให้กับเยาวชน นักเรียนนักศึกษา และเป็นมรรคนายก ณ วัดมหาธาตุวรวิหารพระอารามหลวง สมรสกับนางสุดใจ แสงสินชัยอดีตข้าราชการครูวิชาภาษาไทยวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี มีบุตรธิดา 3 คน ทำงานบริษัทเอกชนและรับราชการทหารเรือ

นาวาเอก(พิเศษ) ทองย้อย เผยถึงความปลื้มปิติ ที่ได้มีโอกาสสนองงานใต้เบื้องพระยุคลบาทเป็นผู้ประพันธ์บทกาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค อีกทั้งยังเคยได้มีโอกาสเข้ารับประกาศนียบัตร พระราชทานพัดยศเปรียญธรรม ทรงตั้งเป็น “เปรียญ 9 ประโยค” เมื่อปี พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งนับได้ว่าเป็นบุญญาธิการของตนเองและวงตระกูล

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ จึงลาสิกขา เมื่อปี พ.ศ. 2517 และเข้าทำงานเป็นนักวิชาการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ วัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร จากนั้น ปี พ.ศ. 2521 ได้เข้ารับราชการเป็นนักภาษาโบราณกองหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร จนตัดสินใจเข้าถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทเข้ารับราชการเป็นอนุศาสนาจารย์กองทัพเรือ เมื่อปี พ.ศ. 2524 จนเกษียณอายุราชการ

ในระหว่างรับราชการทหารเรือนั้นตนได้มีผลงานทางหนังสือได้เขียนกาพย์กลอน รวมทั้งบทความวิชาการต่างๆ ซึ่งรวมเรียกว่า “ผลงานหนังสือ” ไว้หลายเรื่อง บางเรื่องพิมพ์เผยแพร่แล้ว บางเรื่องยังไม่ได้พิมพ์ อาทิ กลอนนิราศเรื่อง ลำนำลำน้ำแควน้อย บรรพชาปวัตน์คำกลอน บทกลอนชนะเลิศรางวัลเคนเนดีทางวรรณคดี และเพลงฉ่อยนำชมเมืองราชบุรี

นาวาเอก(พิเศษ) ทองย้อย ยังกล่าวอีกว่า กาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตนเองได้เป็นผู้ประพันธ์ทั้ง 6 คราว อาทิ ปี 2539 เป็นครั้งแรก ในบทเฉลิมพระเกียรติปีกาญจนาภิเษก ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2542 บทกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ครั้งที่ 3 ปี พ.ศ. 2546 บทกาพย์เห่เรือเอเปค ในโอกาสประชุมเอเปคในประเทศไทย เมื่อ 20 ตุลาคม 2546

ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2549 บทกาพย์เห่เรือฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2550 บทกาพย์เห่เรือ 80 พรรษา และปีสุดท้าย ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2555 บทกาพย์เห่เรือ ครบ 7 รอบ ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค นับว่าตนเองได้รับเกียรติอย่างสูงสุดที่ได้เป็นผู้ประพันธ์ โดยที่ตนเองได้นำความรู้ความสามารถประกอบกับความจงรักภักดีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ตั้งใจและประพันธ์บทกาพย์เห่เรือถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทในครั้งนี้

นาวาเอก(พิเศษ) ทองย้อย เผยความประทับใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ในการประพันธ์บทกาพย์เห่เรือที่ประทับใจมากที่สุดคือ “แผ่นดินที่ทรงครอง แผ่นดินทองแผ่นดินธรรม คราวเข็ญเข้าครอบงำ ทรงดับเข็ญทุกคราวครัน เหน็ดเหนื่อยนั้นหนักนัก ทรงงานหนักอเนกอนันต์ วันพักเพียงสักวัน ก็แสนน้อยดูนานเกิน วังทิพย์คือท้องทุ่ง ม่านงามรุ้งคือเขาเขิน ร้อนหนาวในราวเนิน มาโลมไล้ต่างรสสุคนธ์ ย่างพระบาทที่ยาตรา ยาวรอบหล้าฟ้าสากล พระเสโทที่ถั่งทน ถ้าไหลรวมคงท่วมไทย”

นอกจากนี้ยังมีบทที่ภาคภูมิใจอีกบทคือแต่งกาพย์เห่เรือเอเปค ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำเอเปค (กาพย์เห่เรือที่แต่งในงานนี้มี 2 บท คือ ชมเรือกระบวน และ ชมเมือง) ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้นำของชาติต่างๆที่เข้าชมในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นอย่างมาก

หลังจากที่ทราบว่าพระองค์ทรงเสด็จสวรรคต ตนและครอบครัวต่างมีความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนเองและครอบครัวได้รับใช้งานใต้เบื้องพระยุคลบาทมาโดยตลอด เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตแม้จะเกษียณอายุราชการมาแล้วก็ยังคงทำหน้าที่เพื่อสังคมและถ่ายทอดพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ให้กับเยาวชนและนักเรียนนักศึกษาได้เรียนรู้สืบไป

ที่มา:sanook

ประมวลภาพคนไทยร่วมถวายอาลัย พ่อหลวง ร.9 วันที่ 19 ตุลาคม 2559

ประมวลภาพคนไทยร่วมถวายอาลัย พ่อหลวง ร.9 วันที่ 19 ตุลาคม 2559

            บรรยากาศในวันครบรอบ 1 สัปดาห์ของการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันนี้ (19 ต.ค.) ก็ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมาบริเวณ พระบรมมหาราชวัง เพื่อลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ

ขณะที่บริเวณโดยรอบสนามหลวงก็ยังคงมีการทำทาน แจกอาหาร-เครื่องดื่ม รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการอยู่กลางแจ้ง โดยทั่วไปพบว่าประชาชนยังคงมีปริมาณมากพอสมควร ขณะที่ช่วงเย็นถึงค่ำประชาชนอีกจำนวนหนึ่งก็ทยอยเดินมาสมทบ พร้อมกับสักการะถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อีกหนึ่งจุดที่ประชาชนในความสนใจในวันนี้ บริเวณตลอดแนวกำแพงมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ซึ่งทางนักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้นำผลงาน 9 ภาพวาดพระบรมฉายาทิสลักษณ์องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ มาจัดตั้งวางแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชม

ที่มา:sanook

โบว์ เมลดา ลงพื้นที่ทำความดี สานต่อตามรอยพ่อหลวง

โบว์ เมลดา ลงพื้นที่ทำความดี สานต่อตามรอยพ่อหลวง

           นางเอกสาวดาวรุ่งวิก 7 สี “โบว์ เมลดา” ก็มีอีกคนดังที่ร่วมลงมาทำความดี บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในพิธีถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปริมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงานนี้ สาวโบว์ ร่วมแจกสิ่งของเครื่องใช้และอาหารให้กับประชาชน พร้อมกับเดินเก็บขยะในพื้นที่ด้วย แม้ว่าเจ้าตัวบอกว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ก็ซึบซับภาพพ่อหลวงได้ชัดเจนเหมือนๆ ทุกคน

วันนี้มาทำอะไรบ้าง ?
“วันนี้ก็ขอเป็นตัวแทนนักแสดงช่อง 7 มาร่วมทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงของเรา โดยกิจกรรมหลักๆ ที่ทำก็คือมาแจก โบว์หรือริบบิ้นสีดำให้สำหรับคนที่อาจจะไม่มีเสื้อสีดำเพียงพอ ก็จะได้สามารถนำโบว์ตรงนี้ไปติดแทนได้ นอกจากนี้แล้วก็ยังช่วยเก็บขยะโดยรอบบริเวณท้องสนามหลวงด้วย”

อยากให้เล่าความรักความผูกพันของเรากับพ่อ ?
“ตัวโบว์เองเป็นเด็กรุ่นใหม่ก็อาจจะเกิดไม่ทันในยุคแรกๆ ที่พระองค์ท่านได้ทำพระราชกรณียกิจที่ผ่านมา แต่โบว์ก็จะได้เห็นในช่วงหลังๆ ที่ทุกๆ พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านเสร็จหมดแล้ว โบว์ได้เห็นความสำเร็จของพ่อที่พ่อตั้งใจทำเพื่อพวกเรา”

ส่วนตัวเราเองได้มีภาพจำของพ่อที่อยู่ในใจไหม ?
“ภาพที่โบว์เห็นมาตลอดคือภาพที่พ่อมีเหงื่อ พ่อมีเหงื่อตลอด พ่อไม่เคยไม่มีเหงื่อเลย พ่อทำงานหนักตั้งแต่แบบว่าเด็กๆ จนถึง 70 ปี และตอนนั้นพ่อก็เริ่มพักแล้ว”

เราได้มีโอกาสนำพระราชดำรัสของพ่อมาปรับใช้กับตัวเองบ้างไหม ?
“ก็คงเป็นเรื่องของความพอเพียงค่ะ คือไม่ได้พูดเหมือนกับคนอื่นที่เขาพูดกันหรือเป็นสิ่งที่พูดจนชินนะคะ แต่ความพอเพียงมันดีกับตัวเราเองด้วย เพราะเราไม่ต้องสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เราไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าหลายๆ อย่าง แต่เราก็แค่ซื้อสิ่งที่สามารถนำมาปรับใช้กับตัวเองได้ก็พอ”

เรามีอะไรอยากจะฝากบอกถึงประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาถวายความอาลัยแด่พ่อหลวงของเราบ้างไหม ?
“สำหรับสิ่งที่ต้องเตรียมมาก็คงเป็นกระดาษทิชชู่ โบว์อยากให้เตรียมมากันเยอะๆ รวมถึงยาดม คือคนมากันที่นี่เยอะมาก และตัวโบว์เองก็ทำได้แค่เป็นกำลังใจให้ ส่วนเรื่องขยะโบว์ก็อยากจะบอกว่า เอามาเองเอากลับไปเองก็ได้ อย่าทิ้งไว้ที่นี่ เพราะว่าไม่มีใครเก็บให้หรอกนอกเสียจากพี่ๆ พนักงานที่เขาดูแลหน้าที่นี้อยู่”

หลังจากนี้เราก็จะน้อมนำแนวทางดีๆ ของพ่อไปใช้ต่อไป ?
“โบว์เป็นนักแสดง โบว์ก็ขอเป็นตัวแทนละกันค่ะที่จะช่วยพูด ช่วยบอก ช่วยทำให้ทุกๆ คนเห็นให้ชัดเจนมากขึ้น และเรื่องความพอเพียงเราก็สามารถทำได้ง่ายมากๆ ไม่ต้องคิดอะไรยุ่งยากเลยก็แค่เราพอในสิ่งที่ตัวเอง เราต้องพอใจไม่ใช่แค่เห็นเขามีเราก็อยากมีเหมือนเขา ทำแบบนั้นไม่ดีค่ะ”

โบว์ เมลดา

โบว์ เมลดา

โบว์ เมลดา

โบว์ เมลดา

โบว์ เมลดา

โบว์ เมลดา

โบว์ เมลดา

ที่มา:sanook

ประมวล พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระสิริโฉมงดงามยิ่งนัก

 
สมเด็จพระเทพฯ
รวบรวมพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ทรงพระสิริโฉมงดงามยิ่งนัก

          วันที่ 17 ตุลาคม 2559 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ฟ้าฟื้น คืนเคียง ได้โพสต์ภาพลงในอัลบั้ม “สมเด็จพระเทพ” เป็นการรวบรวมพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไว้ด้วยความรักและเทิดทูนพระองค์
          โดยแต่ละภาพนั้น สมเด็จพระเทพฯ ทรงพระสิริโฉมงดงามยิ่งนัก เหล่าพสกนิกรที่ได้ยลพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ ต่างก็ปลาบปลื้ม และประทับใจไปตาม ๆ กัน

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

สมเด็จพระเทพฯ

ที่มา:kapook

ส่อง 2 หนุ่มหล่อ “อาร์ต พศุตม์-อ้น เดอะสตาร์ 9” ทำดีเพื่อพ่อหลวง

ส่อง 2 หนุ่มหล่อ "อาร์ต พศุตม์-อ้น เดอะสตาร์ 9" ทำดีเพื่อพ่อหลวง

          เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ร่วมกันทำจิตอาสา สำหรับ 2 หนุ่มหล่อ “อาร์ต พศุตม์” และ “อ้น กรกฎ ตุ่นแก้ว” หรือ “อ้น เดอะสตาร์ 9” ที่คอยบริการประชาชนที่มาถวายสักการะอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง

ซึ่ง อ้น เดอะสตาร์ 9 เปิดเผยความรู้สึกกับผู้สื่อข่าวว่า “วันนี้มาทำกิจกรรมจิตอาสากับเพื่อนๆ ก็มีเสื้อยืดสีดำแล้วก็มีไอติมมาแจกประชาชนที่มาถวายความอาลัยในหลวง”

วันนี้มาเป็นวันแรกหรือเปล่า? “มาทุกวันครับ แต่แค่วันนี้เอาของมาแจกมาบริจาค วันก่อนๆ ได้มากราบแล้วก็มาเก็บขยะ”

ถามถึงความรู้สึกหน่อยวันแรกที่ทราบข่าว? “วันนั้นผมกำลังไปทำงานครับ ทางทีมงานบอกว่าไม่ต้องมาแล้ว ผมก็รู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะงานยกเลิกทั้งหมด พอทราบข่าวก็พูดอะไรไม่ออก ตอนกลางคืนก็ร้องไห้ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ เราก็เคยคุยกับที่บ้านตอนที่ในหลวงครองราชย์ 60 ปี แล้วถ้าวันใดวันนึง ท่านไม่อยู่ ประเทศไทยของเราจะเป็นยังไง ภาพที่ทุกคนใส่เสื้อสีเหลืองในวันนั้นยังจำในใจอยู่เลย ซึ่งวันนี้มันกลายเป็นภาพสีดำ ก็ต้องเดินต่อไปครับ ฝากบอกชาวไทยทุกคนว่าลูกของพ่อต้องเข้มแข็งคนไทยช่วยกัน

ปกติเรายึดหลักคำสอนอะไรของพ่อปฏิบัติ? “หลักๆ พ่อจะสอนเสมอว่าให้พอเพียง แค่พอเพียงเท่าแหละครับเราก็จะอยู่ในสังคมที่มีความสุขการให้อภัยคน การทำความดีต่างๆ ผมรักพ่อรักประเทศไทยมากครับ”

ด้าน พระเอกหนุ่ม “อาร์ต พศุตม์”วันนี้ขอสลัดบทบาทพระเอกมาเป็นวินจยย.รับส่งประชาชนที่มาถวายความอาลัย งานนี้ สาวๆ รุมกันจองคิวขอเป็นสก๊อยกันเพียบ

ถามถึงกิจกรรมทำดีเพื่อพ่อในวันนี้? “จริงๆ ผมเป็นคนชอบขี่มอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว และพอดีมีพักพวกเยอะ บวกกับวันแรกเห็นมีคนฉวยโอกาสกับประชาชน ผมกับเพื่อนก็เลยชวนกันมาที่นี่ดีกว่าเพราะอยากจะมาช่วยประชาชนที่อยากมาแต่ไม่มีเงิน ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยหมดเพราะปกติเราเป็นกลุ่มที่ชอบไปทำบุญกันอยู่แล้วจึงพากันมา”

รวบรวมแก๊งเพื่อนนานไหม? “ผมมาบุกเบิกก่อนวันแรกมีประมาณ 6-7 คัน และพอดีวันนี้รวมตัวกันได้ก็คาดว่าน่าจะมีมาเพิ่มอีกประมาณ 10 คันครับ เพราะผมเคยมาเมื่อสองวันที่แล้ว จริงๆ เมื่อวานตั้งใจจะมาด้วยแต่ติดงาน ถ้าวันไหนว่างจากการทำงานตั้งใจว่าจะมาทุกวัน มารออยู่ตรงนี้แหละครับ”

เราเห็นบรรยากาศในวันนี้และหลายๆ วันที่ผ่านมา เป็นอย่างไรบ้าง? “เศร้าครับ แต่ก็ยังดีใจที่เห็นคนไทยรักและสามัคคีกัน ตอนนี้น้ำใจคนไทยดีมาก กับข้าวข้างในก็เหลือเฟือ และตัวผมเองก็กำลังจะทำเสื้อแจกอยู่ แต่ไม่ได้แจกในงานนะครับ จะตระเวนแจกตามหัวลำโพง หมอชิต รวมถึงแจกให้กับคนที่เขาไม่มีที่อยู่ครับ ซึ่งตอนนี้ก็ทำไว้ได้ประมาณหนึ่งพันตัวแล้ว ราคาประมาณตัวละ 80 บาท คาดว่าน่าจะได้เริ่มแจกวันจันทร์หน้า”

เหมือนความตั้งใจเราอยากจะช่วยคนที่ไร้ที่อยู่ ไม่มีเสื้อเปลี่ยน? “ใช่ครับ เราทำด้วยใจไม่มีใครได้เงินเลยสักบาท แต่สาเหตุที่ผมเปิดรับบริจาคก็เพราะมีคนส่งข้อความมาว่าอยากมีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ด้วย ผมเลยโพสต์ลงเมื่อเช้าเรื่องการรับบริจาคทำเสื้อ ตอนนี้ยอดโดยรวมจากการบริจาคน่าจะทำเสื้อได้ประมาณสองพันตัวแล้วครับ”

การรับส่งเราได้แบ่งจุดไหม หรือรวมตัวที่จุดนี้จุดเดียว? “เท่าที่ผมเห็นวันนี้มีหลายกลุ่มมากเลยนะครับ ถือว่าเป็นการแบ่งๆ กระจายกันไป เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้มาคนเดียว จะมากันเป็นคู่เป็นกลุ่ม เวลารถออกทีก็ออกหลายคัน อีกอย่างมันเป็นการระวังมิจฉาชีพด้วย เพราะถ้าเราออกกันเป็นคู่ก็จะมีคนช่วยระวัง”

เรามีความประทับใจในตัวพ่อหลวงอย่างไรบ้าง? “ผมได้มีโอกาสเล่นละครเทิดพระเกียรติเกี่ยวกับดนตรีของพระองค์ท่านในเรื่องลูกไม้ของพ่อครับ ซึ่งผมจำได้ว่ามีทั้งหมด 5 ตอน และเขาแคสบทพระเอกไปแล้ว 4 ตอน ผมภาวนาอยู่ในใจว่าอยากเล่นมากๆ สุดท้ายปรากฏว่าผมมีโอกาสได้เล่นเรื่องที่ 5 ตอนหัวใจใกล้รุ่ง จริงๆ ผมดีใจมากครับเพราะอย่างที่บอกอยากเล่นเรื่องนี้มาก และอีกอย่างบ้านผมอยู่ที่มหาชัย ที่นั้นจะมีเหตุการณ์น้ำขึ้นน้ำลงตลอด ซึ่งก็ได้พระองค์ท่านนี่แหละที่มาช่วยสร้างเขื่อนแก้มลิงไว้”

รู้สึกอย่างไรบ้างที่มีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์ท่าน? “ขนลุกครับ เพราะละครทั้ง 5 ตอน เป็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านทั้งหมด ท่านเป็นอัจฉริยะภาพจริงๆ ท่านสามารถทำได้ทุกอย่างดีและเก่งทุกเรื่อง”

ส่วนตัวเราได้มีโอกาสนำคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้กับชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง? “ผมก็ใช้ชีวิตพอเพียงครับ อย่างวันนี้ที่คนเห็นและอาจสงสัยว่าทำไมดาราถึงออกมาขี่รถส่งฟรี ซึ่งผมมองว่ามันไม่เป็นไร คนอื่นก็ขี่กัน”

อยากให้พูดถึงความรู้สึกที่มีต่อพ่อหลวง? “ดีใจครับที่ได้เกิดมาในรัชกาลที่ 9 ดีใจที่ได้เห็นกับตาในบารมีของท่าน ตอนนี้ท่านไปสวรรค์แล้ว ผมเชื่อว่าท่านคงอยากเห็นคนไทยทุกคนรักกันเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ท่านยังอยู่ และตัวผมก็อยากให้ทุกคนเลิกมีอคติ แบ่งฝ่ายแบ่งสี ไม่ต้องแบ่งอะไรเลย อยากให้ทุกคนกลับมารักกันเหมือนเดิมดีกว่าครับ”

ที่มา:sanook

ภาพชุด “กษัตริย์จิกมี พระราชินี แห่งภูฏาน” ถวายราชสักการะพระบรมศพ

ภาพชุด “กษัตริย์จิกมี พระราชินี แห่งภูฏาน” ถวายราชสักการะพระบรมศพ

             (16 ต.ค.) เฟซบุ๊ก Information Division of OHM เพจทางการของสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง เผยแพร่พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีข้อความดังนี้

“วันนี้ (วันอาทิตย์ ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๙) เวลา ๐๙.๔๐ น. สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และทรงร่วมพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ จากนั้น ทรงพระดำเนินไปทรงพระอักษรถวายความอาลัย พร้อมทั้งทรงลงพระนามาภิไธย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง พระบรมมหาราชวัง

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก สมเด็จพระราชาธิบดี ที่ ๔ แห่งภูฏาน และสมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง ยังเดน วังชุก

ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรการอบรมด้านการทูตจาก “ออกซฟอร์ด ฟอเรจน์ เซอร์วิส โปรแกรม” (Oxford Foreign Service Programme) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด สหราชอาณาจักร และทรงสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด สหราชอาณาจักร

เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๙ และ ทรงประกอบพิธีราชาภิเษก เป็นสมเด็จพระราชาธิบดี ที่ ๕ แห่งภูฏาน เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ มีพระราชโอรสคือ เจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก ปัจจุบันพระชันษา ๘ เดือน

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก เป็นหนึ่งในพระราชอาคันตุกะที่เสด็จ พระราชดำเนินมาทรงร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๙ ในขณะที่ยังทรงเป็นมกุฎราชกุมาร

และเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อทอดพระเนตรงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ ฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙ และทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต ในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้วัดต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักรภูฏาน จัดการสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ให้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง

และในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ทรงประกอบพิธีถวายโคมไฟเนย ๑,๐๐๐ ดวง และสวดมนต์เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จสวรรคต

พร้อมทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ราชอาณาจักรภูฏาน จัดการไว้ทุกข์และลดธงชาติลงครึ่งเสา รวมทั้งจัดพิธีจุดโคมไฟเนยและการสวดมนต์พิเศษ เพื่อถวายความอาลัยเป็นเวลา ๗ วัน

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 17 ต.ค.59 สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก และเจ้าชาย จิกมี นัมเกล วังชุก พระโอรส เสด็จพระราชดำเนินกลับราชอาณาจักรภูฏาน ด้วยสายการบินดรุ๊กแอร์ เที่ยวบิน เคบี 151 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนางอนุรัชนี จาตุศรีพิทักษ์ ภริยา เฝ้าส่งเสด็จ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ.

ที่มา:sanook

อาจารย์สุโขทัยกับภาพวาดลายเส้นพ่อหลวง

อาจารย์สุโขทัยกับภาพวาดลายเส้นพ่อหลวง

            นายสมนึก หริ่งกัน ครูชำนาญการพิเศษระดับ 8 โรงเรียนบ้านยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย หนึ่งในผู้จงรักภักดี และเทิดทูนสถาบันด้วยการวาดรูปราชวงษ์ทุกพระองค์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่วาดทั้งหมดเพื่อมอบให้ผู้ที่ชื่นชอบโดยไม่คิดมูลค่า เพียงเพื่อให้ชาวไทยได้แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี

อาจารย์สมนึก เล่าว่า เมื่ออยู่ชั้นประถมปีที่ 3 ได้วาดรูปในหลวงแล้วไปอวดแม่ แม่บอกว่าเหมือนมากจึงมีกำลังใจวาดมาตั้งแต่นั้น ด้วยหลักการเริ่มต้นที่แว่น และบริเวณหน้าผากของพระองค์จะมีรอยหยัก กรามเป็นสัน ใบหูเด่นชัด อาจารย์บอกว่าอาจจะพูดราชาศัพท์ไม่ถนัด แต่ภาพพระพักตร์นั้นเด่นชัดในใจเสมอมา เมื่อได้มีโอกาสรับราชการบรรจุเป็นครู สอนวิชาศิลปะ ได้สอนหลักการที่ตนเองฝึกฝน ส่งต่อให้ลูกศิษย์ จนมีภาพวาดพระองค์เต็มโรงเรียน

และเมื่อพระองค์มีพระชนมพรรษา 88 พรรษา ในปีนั้นตั้งใจจะวาดให้ได้ 88 รูป จนปัจจุบันมีอยู่ในแฟ้มงานถึง 104 รูป อีกทั้งได้นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กเพื่อให้ทุกคนนำไปใช้ เพราะเชื่อว่าจะเป็นอีกช่องทางในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี

หลังจากทราบข่าวเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระองค์ อาจารย์รู้สึกสูญเสียที่สุดในชีวิต อยู่เวรโรงเรียนช่วงปิดเทอมก็ได้แต่ดูทีวีถึงพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงงานอย่างหนักเพื่อชาวไทย

และบังเอิญที่มีเด็กๆ มาเล่นกันในสนามโรงเรียน จึงเรียกมานั่งวาดรูป ซึ่งเด็กๆ โรงเรียนบ้านยางซ้ายก็ได้สื่อถึงความไว้อาลัยพระองค์ออกมาเป็นภาพวาดตามจินตนาการของเด็กๆ นอกจากนั้น ยังได้นำโครงการพระราชดำริมาร้อยเรียงเป็นรูปภาพตามกำแพงโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เห็นชัดถึงโครงการที่เป็นประโยชน์ที่พระองค์ทรงสอน โดยเฉพาะโครงการเศรษฐกิจพอเพียงขอพระองค์ และจะมุ่งมั่นทำต่อไปเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อของแผ่นดิน

ที่มา:sanook

วิษณุ ร่ำไห้ เผยพระบรมฯ ทรงมีรับสั่ง ‘ขอให้ทำเสมือนยังมี ในหลวง ร.9’

1

        วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ร่ำไห้ เผย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงมีรับสั่ง ‘ขอให้ทำเสมือนยังมี ในหลวง ร.9‘

วันนี้ (15 ต.ค. 59) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าและร้องไห้ว่า “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ รับสั่งกับนายกฯว่า ขอให้ทุกอย่างในช่วงนี้ อย่างน้อยก็ช่วงนี้ให้อยู่เป็นปกติเหมือนกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศยังทรงสถิตย์อยู่ อย่าให้เกิดความรู้สึกว่าแผ่นดินว่างเปล่าและทุกอย่าง อย่าเพิ่งให้เป็นอดีตเร็วนัก เก็บมันไว้ให้เป็นปัจจุบันเพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้เราเป็นลูก เราเป็นหลาน เราเป็นญาติ เราก็คงเคยทำอย่างนี้กับพ่อเรา แม่เรา คู่สมรส คนรักของเราที่ตาย เราอาจจะเห็นว่าบางครั้ง เรากินข้าวเรายังตั้งเก้าอี้ไว้และบอกแม่พ่อ”

นายวิษณุ ยังเปิดเผยถึงพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ อาจใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี ตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมถวายความอาลัยจึงยังไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงการจัดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด

ส่วนตำแหน่งประธานองคมนตรี นั้น นายวิษณุ ระบุ ขณะนี้ไม่ได้ว่างลง เพราะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นทั้งประธานองคมนตรี และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราว แต่ในรัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานองคมนตรี ไปพร้อมกัน และให้ที่ประชุมองคมนตรีเลือกผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรีไปพราง ๆ ก่อน จนกว่าประธานองคมนตรี จะยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทน โดยไม่ต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง เพราะทุกอย่างดำเนินการไปตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์สามารถลงนามในร่างรัฐธรรมนูญ เพราะในอดีตเคยมีผู้สำเร็จราชการแทนที่ลงนามร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วหลายฉบับ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปวิษณุ เครืองาม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปวิษณุ เครืองาม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปวิษณุ เครืองาม

ที่มา:mthai news

คนไทยในสหรัฐร่วมน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ณ จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช

 

        (13 ต.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) พสกนิกรชาวไทยได้ร่วมถวายอาลัย และน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ณ จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช (King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square) เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ด้าน AFP รายงานว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทย นำดอกไม้มาวางเพื่อถวายอาลัยบริเวณจัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช (King Bhumibol Adulyadej Square) เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเส็ตส์ สหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช (King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square) แห่งนี้ก่อตั้งขึ้น เพื่อระลึกถึงพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในโลกที่พระราชสมภพ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา 

โดยคนไทยที่อาศัยอยู่ในบอสตันและเคมบริดจ์ได้จัดตั้งมูลนิธิ King of Thailand Birthplace Foundation และได้รวบรวมเงินทุนเพื่อปรับปรุงจัตุรัสที่เดิมเป็นเพียงป้ายไม้เล็กๆ ให้กว้างขวาง สวยงามสมพระเกียรติ

นายกเทศมนตรีเมืองเคมบริดจ์ขอพระราชทานนามว่า “จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดช” (King Bhumibol Adulyadej of Thailand Square) เพื่อเป็นเกียรติแก่เมืองเคมบริดจ์และโรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น อันเป็นสถานที่พระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470, เคมบริดจ์, รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ที่มา:sanook